ผลการประชุมอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ภายใต้แผนงานประชาคมอาเซียน
การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 36 (The 36th ASEAN Senior Officials on the Environment: 36th ASOEN)
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ณ เมืองลังกาวี ประเทศมาเลเซีย นายประเสริฐ ศิรินภาพร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย นำคณะผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงฯ และกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 36 (The 36th ASEAN Senior Officials on the Environment: 36th ASOEN) ร่วมกับผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน และติมอร์เลสเต ในฐานะผู้สังเกตการณ์ เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาค
การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะทำงานย่อยทั้ง 7 สาขา ได้แก่ 1) การอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ 2) สิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง 3) การจัดการทรัพยากรน้ำ 4) สิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน 5) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 6) การจัดการสารเคมีและของเสีย และ 7) การศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงได้รับทราบการดำเนินงานตามข้อตกลงอาเซียน เช่น ข้อตกลงว่าด้วยหมอกควันข้ามแดน และความคืบหน้าในการจัดตั้งศูนย์อาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการดำเนินงานของศูนย์อาเซียนว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (ASEAN Centre for Biodiversity)
โอกาสนี้ ที่ประชุมได้ให้การรับรองการขึ้นทะเบียนอุทยานมรดกอาเซียน (ASEAN Heritage Parks: AHP) ใหม่จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ มาเลเซีย 3 แห่ง ได้แก่ Tengku Hassanal Wildlife Reserve, Bako National Park และ Lambir Hills National Park สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 3 แห่ง ได้แก่ Pu Mat National Park, Dong Nai Culture and Nature Reserve และ Xuan Thuy National Park
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาและรับรองร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะใช้ในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 (COP 30) ณ สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล พร้อมทั้งเห็นชอบการจัดประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 18 และการประชุมระดับรัฐมนตรีกับประเทศคู่เจรจา ได้แก่ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ในเดือนกันยายน 2568
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ให้การรับรองโครงการ High-Integrity Carbon Initiative (HACI) ซึ่งประเทศไทยเสนอ เพื่อขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพในระดับภูมิภาค อีกทั้งประเทศสมาชิกอาเซียนได้สนับสนุนให้ประเทศไทยดำรงตำแหน่งประธานร่วมคณะทำงานอาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับสาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยสิงคโปร์จะดำรงตำแหน่งระหว่างเดือนสิงหาคม 2568 - กุมภาพันธ์ 2570 และประเทศไทยจะดำรงตำแหน่งต่อในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 - สิงหาคม 2571 ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในการขับเคลื่อนประเด็นสิ่งแวดล้อมในเวทีภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 18 (18th AMME)
วันที่ 3 กันยายน 2568 นางอรนุช หล่อเพ็ญศรี รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ทำหน้าที่หัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 18 (18th AMME) ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติลังกาวี ประเทศมาเลเซีย โดยมี H.E. Datuk Seri Johari Abdul Ghani รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมมาเลเซีย เป็นประธานการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมประเทศสมาชิกอาเซียน ติมอร์เลสเต และเลขาธิการอาเซียน โดยโอกาสนี้นายปวิช เกศววงศ์ รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้แทนกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) กระทรวงการต่างประเทศ และกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมประชุมด้วย
การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติรับรองเอกสารสำคัญ ได้แก่
1) การขึ้นทะเบียนอุทยานมรดกอาเซียนใหม่ จำนวน 6 แห่ง จากประเทศมาเลเซีย 3 แห่ง และจากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 3 แห่ง รวมเป็น 69 แห่งในภูมิภาค ดังนี้
🔸ประเทศมาเลเซีย จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1) Tengku Hassanal Wildlife Reserve เป็น AHP แห่งที่ 64 2) Bako National Park เป็น AHP แห่งที่ 65 3) Lambir Hills National Park เป็น AHP แห่งที่ 66
🔸สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม จำนวน 3 แห่ง ดังนี้ 1) Xuan Thuy National Park เป็น AHP แห่งที่ 67 2) Pu Mat National Park เป็น AHP แห่งที่ 68 และ 3) Dong Nai Culture and Nature Reserve เป็น AHP แห่งที่ 69)
2) รับรองร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำหรับการประชุม UNFCCC COP30
และ3) พิจารณาการเสนอชื่อเมืองเพื่อเข้ารับรางวัลเมืองยั่งยืนอาเซียน ครั้งที่ 6
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบความคืบหน้าเรื่องการจัดตั้งศูนย์อาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ACCC) การจัดทำแผนยุทธศาสตร์อาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ภายหลังปี ค.ศ.2025 (Post-2025 ASPEN) และการพัฒนาจัดทำแผนปฏิบัติการอาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ACCSAP) และการจัดนิทรรศการอาเซียน ณ UNFCCC COP 30
ในโอกาสนี้ ประเทศไทยได้รับรางวัลอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน ได้แก่ เทศบาลนครปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ได้รับรางวัลเมืองยั่งยืน และเทศบาลนครหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับเกียรติบัตรด้านอากาศสะอาด (Clean Air) สำหรับเมืองขนาดเล็ก นอกจากนี้ เทศบาลเมืองทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับเกียรติบัตรด้านความหลากหลายทางชีวภาพและพื้นที่สีเขียว (Urban Biodiversity and Green Spaces) สำหรับเมืองขนาดเล็ก
ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงฯ ยังได้กล่าวถ้อยแถลงการดำเนินนโยบายของประเทศไทยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ อาทิ การพัฒนาจัดทำร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับปรุงเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC 3.0) การดำเนินโครงการ High Integrity ASEAN Carbon Initiative (HACI) แผนการปรับตัวระดับประเทศต่อผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งประเทศไทยเน้นการส่งเสริมภูมิคุ้มกันให้กับชุมชนท้องถิ่นในด้านการสร้างความรู้ความเข้าใจ กระจายแหล่งเงินสนับสนุน และเทคโนโลยี แผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติ พ.ศ. 2566 - 2570 ซึ่งสอดคล้องกับกรอบแผนงานความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลก การส่งเสริม nature-based solutions และเป้าหมายการลดขยะพลาสติกเพื่อการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในทะเล โดยมีการดำเนินงานที่คำนึงถึงความเป็นธรรม การมีส่วนร่วมของชุมชน และส่งเสริมความร่วมมือในภาคส่วนต่างๆ ตลอดจนยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม