{
  "fields": [{"id":"_id","type":"int"},{"id":"จุลสารฉบับที่","type":"text"},{"id":"ปีที่","type":"numeric"},{"id":"ปีงบประมาณ","type":"numeric"},{"id":"ไตรมาส","type":"numeric"},{"id":"ประจำเดือน","type":"text"},{"id":"วันที่เผยแพร่","type":"text"},{"id":"ชื่อเรื่อง","type":"text"},{"id":"ข้อตรวจพบ/คำถาม","type":"text"},{"id":"ข้อเสนอแนะ/คำตอบ","type":"text"},{"id":"URL","type":"text"}],
  "records": [
    [1,"ฉบับที่ 1",1,2565,1,"ตุลาคม-ธันวาคม","30 ธันวาคม 2564","ค่าเช่าบ้าน","นาย ค. บรรจุครั้งแรกในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ซื้อบ้านที่จังหวัดเชียงใหม่และผ่อนชําระค่าเช่าซื้อบ้านอยู่ต่อมา นาย ค. ได้รับคําสั่งให้ย้ายไปปฏิบัติราชการที่จังหวัดเชียงราย นาย ค. มีสิทธิขอเบิกค่าเช่าซื้อบ้านที่จังหวัดเชียงใหม่ได้หรือไม่เพราะที่จังหวัดเชียงรายไม่มีบ้านพักให้ (ครอบครัวอยู่จังหวัดเชียงใหม่)","นาย ค. ไม่สามารถนําหลักฐานการเช่าซื้อที่จังหวัดเชียงใหม่มาเบิกได้เนื่องจาก นาย ค. ไม่มีสิทธิเบิกที่จังหวัดเชียงใหม่มาก่อน แต่ถ้านาย ค. ต้องการจะเช่าบ้านที่จังหวัดเชียงรายก็สามารถเบิกค่าเช่าบ้านที่จังหวัดเชียงรายได้และต่อมาหาก นาย ค. ได้รับคําสั่งให้ย้ายไปปฏิบัติราชการที่จังหวัดเชียงใหม่ก็สามารถเบิกค่าผ่อนชําระราคาบ้านได้ ถ้าบ้านอยู่ในท้องที่เดียวกับสํานักงาน","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/106157/"],
    [2,"ฉบับที่ 1",1,2565,1,"ตุลาคม-ธันวาคม","30 ธันวาคม 2564","ค่าเช่าบ้าน","ข้าราชการเช่าซื้อบ้านได้รับคําสั่ง ให้ย้ายไปต่างจังหวัด มีสิทธินําค่าเช่าซื้อหลังเดิมไปเบิกในสถานที่ทํางานใหม่ได้หรือไม่","เบิกได้ ถ้าเคยใช้สิทธิเบิกค่าเช่าซื้อในท้องที่ เดิมมาก่อนและเป็นผู้มีสิทธิเบิกในท้องที่ใหม่ ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด ดังนี้ (1) ทางราชการไม่ได้จัดที่พักให้ (2) ไม่มีบ้านของตนเองหรือคู่สมรส (3) ไม่ได้เป็นการขอย้ายตามคําร้องขอของตนเอง","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/106157/"],
    [3,"ฉบับที่ 1",1,2565,1,"ตุลาคม-ธันวาคม","30 ธันวาคม 2564","ค่าเช่าบ้าน","นาย ป. กู้เงินจากธนาคารกรุงธนบุรีฯ วงเงิน 600,000 บาท ผ่อนชําระเดือนละ 4,000 บาท ระยะเวลา 20 ปี ซึ่ง นาย ป. เป็นผู้มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านและได้ใช้สิทธิเบิกมาตลอดเป็นเวลา 5 ปี มีหนี้คงเหลือ 500,000 บาท จึงเปลี่ยนจากธนาคารกรุงธนบุรีฯ มากู้เงินธนาคารกรุงรัตนโกสินทร์ฯ ในวงเงิน 750,000 บาท ระยะเวลา 20 ปี ถามว่า นาย ป. สามารถเบิกค่าเช่าบ้านได้ในวงเงิน 500,000 บาท หรือ 750,000 บาท","เบิกค่าผ่อนชําระเงินกู้ได้ ภายในวงเงิน 500,000 บาท ในระยะเวลาที่เหลืออยู่คือ 15 ปี โดยต้องให้ธนาคารทําหนังสือรับรองจํานวนเงินที่ต้องผ่อนชําระแต่ละเดือน สําหรับวงเงินและระยะเวลา ดังกล่าวด้วย รวมทั้ง นาย ป. ต้องยื่นแบบขอรับค่าเช่าบ้าน (แบบ 6005) ฉบับใหม่เพื่อขออนุมัติจากผู้มีอานาจต่อไป","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/106157/"],
    [4,"ฉบับที่ 1",1,2565,1,"ตุลาคม-ธันวาคม","30 ธันวาคม 2564","ค่าเช่าบ้าน","ข้าราชการที่บรรจุใหม่มีคําสั่งให้ไปบรรจุต่างจังหวัด หากทางสํานักงานไม่มีบ้านพักให้อยู่อาศัยต้องไปเช่าบ้านอยู่จะเบิกค่าเช่าบ้านได้หรือไม่ ","เบิกไม่ได้ เพราะการบรรจุครั้งแรกยังไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน จนกว่าจะมีคําสั่งให้ย้ายไปต่างท้องที่ จึงจะมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านก็ได้","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/106157/"],
    [5,"ฉบับที่ 1",1,2565,1,"ตุลาคม-ธันวาคม","30 ธันวาคม 2564","ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม","นางสาวสายหยุด มั่นคง ตําแหน่งนักวิชาการ ระดับชํานาญการ สังกัดหน่วยงานภูมิภาคในจังหวัด อ่างทอง ได้รับเชิญให้เข้าร่วมอบรมจากหน่วยงาน ต่างสังกัดในอําเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ในวันที่ 18 สิงหาคม 2564 เวลา 08.30 น. โดยผู้จัดอบรมจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน อาหารว่างและเครื่องดื่มให้ผู้เข้ารับการอบรม ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้ผู้เข้าอบรมเบิกจ่ายจากต้นสังกัด ดังนั้น เมื่อเสร็จสิ้นการอบรม นางสาวสายหยุด ได้ขอเบิกเบี้ยเลี้ยง จํานวน 40 บาท (ค่าเบี้ยเลี้ยงครึ่งวัน เป็นเงิน 120 บาท หักมื้ออาหาร 1 มื้อ 80 บาท)","กรณีการเบิกเงินค่าเบี้ยเลี้ยงของ นางสาวสายหยุด เป็นการเบิกที่ไม่ถูกต้องและไม่เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมฯ (ฉบับ ที่ 3) พ.ศ. 2555 ข้อ 18 (2) ซึ่งการนับเวลาเพื่อคํานวณค่าเบี้ยเลี้ยงสําหรับการอบรม ให้นับเวลาตั้งแต่ออกเดินทางจากสถานที่อยู่หรือสถานที่ปฏิบัติราชการจนกลับถึงสถานที่อยู่หรือสถานที่ปฏิบัติราชการ โดยนับยี่สิบสี่ชั่วโมงเป็นหนึ่งวัน ถ้าไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงหรือเกินยี่สิบสี่ชั่วโมงและส่วนที่ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง หรือเกินยี่สิบสี่ชั่วโมงนั้นเกินกว่าสิบสองชั่วโมง ให้ถือเป็นหนึ่งวันแต่การที่นางสาวสายหยุดนับเวลาเพื่อคํานวณค่าเบี้ยเลี้ยง โดยนับเวลาเดินทางไปราชการกรณีที่มิได้พักแรม นับเวลา ได้เกินหกชั่วโมง ถือเป็นครึ่งวัน จึงเป็นการนับเวลาเพื่อคํานวณค่าเบี้ยเลี้ยงตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการ เดินทางไปราชการ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 16 มิใช่การนับเวลาเพื่อคํานวณค่าเบี้ยเลี้ยง ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2555 ข้อ 18 (2) จึงต้องเรียกเงินค่าเบี้ยเลี้ยงคืนทั้งจํานวน","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/106157/"],
    [6,"ฉบับที่ 1",1,2565,1,"ตุลาคม-ธันวาคม","30 ธันวาคม 2564","ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม","กรม ก. ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ กทม. จัดอบรมประเภท ข. ให้ข้าราชการที่อยู่ในสังกัด ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ระหว่างวันที่ 1-3 กรกฎาคม 2564 ณ โรงแรมแห่งหนึ่งย่านสะพานควาย กทม. โดยกรม ก. ที่เป็นหน่วยงานผู้จัดอบรมได้จัดอาหาร อาหารว่างและเครื่องดื่มให้ผู้เข้ารับการอบรม ส่วนค่าเช่าที่พักในอัตรา คืนละ 1,300 บาท และค่าใช้จ่ายอื่น ให้ผู้เข้ารับการอบรมกลับไปเบิกจ่ายจากต้นสังกัด นายสมชาย สุขยิ่ง ตําแหน่งผู้อํานวยการ อยู่ส่วนภูมิภาค ได้ขออนุญาตเดินทางมาราชการเพื่อเข้ารับการอบรมร่วมกับนายสมหวัง ใจเย็น ตําแหน่งนักวิชาการระดับปฏิบัติการ โดยนายสมชาย ต้องการพักคนเดียว ไม่ประสงค์พักคู่กับนายสมหวัง เมื่อเสร็จสิ้นการอบรม นายสมชาย และนายสมหวัง จึงได้นําใบเสร็จรับเงิน ค่าเช่าที่พัก จํานวน 2 คืน (คืนวันที่ 1 และ 2 กรกฎาคม 2564) กลับไปเบิก ณ หน่วยงานต้นสังกัด โดยนายสมชายขอเบิกครึ่งหนึ่งของค่าที่พักที่ได้จ่ายไป คือ 1,300 บาท ส่วนนายสมหวัง ขอเบิก เต็มจํานวน เป็นเงิน 2,600 บาท","กรณีดังกล่าว นายสมชายไม่สามารถเบิกค่าที่พักได้ ต้องเรียกเงินคืนทั้งจํานวน (1,300 บาท) เนื่องจาก การอบรมประเภท ข ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2555 ข้อ 16(1) และข้อ 18(1) ผู้เข้าอบรมต้องพักคู่ จะพักคนเดียวโดยไม่มีเหตุอันควร มิได้ ดังนั้น เมื่อนายสมชาย ประสงค์พักคนเดียว จึงต้องจ่ายค่าที่พักเองทั้งจํานวน ไม่สามารถกลับมาขอเบิกจากทางราชการครึ่งหนึ่งของจํานวนเงินจ่ายไปได้ ส่วนนายสมหวังเบิกได้เต็มจํานวน ตามที่จ่ายไปจริงแต่ไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังกําหนด","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/106157/"],
    [7,"ฉบับที่ 1",1,2565,1,"ตุลาคม-ธันวาคม","30 ธันวาคม 2564","ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ","กรมนวัตกรรม ตั้งอยู่ในพื้นที่ กทม. จัดประชุมราชการ ณ ห้องประชุมของกรมฯ โดยมีหนังสือเชิญนางสาวสมศรี ยืนยง ข้าราชการระดับชํานาญการพิเศษ ซึ่งอยู่หน่วยงานในจังหวัดสงขลา ภายใต้สังกัดกรมนวัตกรรมเข้าร่วมประชุมในวันจันทร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564 เวลา 09.30 น. แต่เนื่องจากนางสาวสมศรี มีธุระ ส่วนตัวต้องเดินทางล่วงหน้ามาก่อน ในวันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม 2564 โดยขออนุมัติเดินทางมาราชการ โดยเครื่องบินและพาหนะรับจ้าง ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 เวลา 06.00 น. และเดินทาง กลับในวันที่ 16 พฤษภาคม 2564 เวลา 11.30 น. เมื่อเสร็จสิ้นการประชุมดังกล่าว นางสาวสมศรี ได้ขอเบิก ค่าเบี้ยเลี้ยง จํานวน 2 วัน เป็นเงิน 480 บาท ค่าที่พักเหมาจ่าย 2 คืน เป็นเงิน 1,600 บาท และ ค่าพาหนะ รวมจํานวน 5,200 บาท ","สําหรับการเบิกค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก และค่าพาหนะ มี วิธีการคํานวณดังนี้ 1) การเบิกค่าพาหนะ เบิกได้ตามระเบียบฯ แม้ว่าจะ เดินทางไปก่อนล่วงหน้า เพราะได้รับอนุมัติให้เดินทาง ไปราชการ ครอบคลุมวันที่เดินทางจริง 2) การเบิกค่าที่พัก สามารถเบิกค่าที่พักได้ 2 คืน คือ คืนวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 และ คืนวันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 3) การเบิกค่าเบี้ยเลี้ยง ให้คํานวณค่าเบี้ยเลี้ยงโดยเริ่ม นับตั้งแต่วันที่ปฏิบัติงานจริง (วันจันทร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564 เวลา 09.30 น.) ถึงเวลาที่ เดินทางกลับถึงที่พัก (วันอังคารที่ 16 พฤษภาคม 2564 เวลา 11.30 น.) 3) การเบิกค่าเบี้ยเลี้ยง ให้คํานวณค่าเบี้ยเลี้ยงโดยเริ่ม นับตั้งแต่วันที่ปฏิบัติงานจริง (วันจันทร์ที่ 15 พฤษภาคม 2564 เวลา 09.30 น.) ถึงเวลาที่ เดินทางกลับถึงที่พัก (วันอังคารที่ 16 พฤษภาคม 2564 เวลา 11.30 น.) ดังนั้น จึงต้องเรียกเงินค่าเบี้ยเลี้ยงคืน จํานวน 240 บาท เนื่องจากเบิกเกินสิทธิ์","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/106157/"],
    [8,"ฉบับที่ 2",1,2565,2,"มกราคม-มีนาคม","18 มีนาคม 2565","ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม","นายปฐพี แผ่นดิน เป็นข้าราชการระดับเชี่ยวชาญ ในสํานักงาน จ.ลําพูน ได้ขออนุมัติเดินทางเข้ารับการอบรม หลักสูตร คุณธรรมนั้นสําคัญไฉน\" เป็นหลักสูตรประเภท ข. ณ โรงแรมมแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ 2564 (08.50- 16.30 น.) โดยหน่วยงานผู้จัดฝึกอบรม (สํานักงาน จ.เชียงใหม่) รับผิดชอบเฉพาะค่าอาหารกลางวัน ค่าอาหารว่าง และเครื่องดื่มในการอบรม สําหรับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการและค่าใช้จ่ายอื่นให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเบิกจ่ายจากหน่วยงานต้นสังกัด เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกอบรมนายปฐพี ได้กลับมาเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการจากหน่วยงานต้นสังกัด จำนวน 4,140 บาท ประกอบด้วย ค่าเช่าที่พักจ่ายจริง จำนวน 2 คน (คืนวันที่ 10 และ 11) ในอัตราคืนละ 1,800 รวมเป็นเงิน 3,600 บาท ค่าเบีี้ยเลี้ยง จํานวน 3 วัน (270x 3) = 810 หักมื้ออาหาร 3 มื้อ (90X3 = 270) รวมเป็นเงิน 540 บาท","กรณีนี้ นายปฐพี ได้เดินทางมาเข้ารับการอบรม การเบิกจ่ายค่าเช่าที่พัก ต้องเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2555 ข้อ 18 (1) ประกอบกับหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0406.4/ว 5 ลงวันที 14 มกราคม 2556 ได้กําหนดอัตราค่าเช่าห้องพักคนเดียวสำหรับการฝึกอบรมประเภท ข. ไม่เกิน 1,450 บาท ต่อคนต่อคืน ดังนั้น นายปฐพี จึงมีสิทธิเบิกค่าเช่าที่พักเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 2,900 บาท (2 คืน ๆ ละ 1,450 บาท) จึงต้องเรียกคืนเงิน ค่าเช่าที่พัก จํานวน 700 บาท","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/114689/"],
    [9,"ฉบับที่ 2",1,2565,2,"มกราคม-มีนาคม","18 มีนาคม 2565","ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม","นางสาวสวยสะดุด ฉุดไม่อยู่ เป็นข้าราชการระดับชํานาญการพิเศษ ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสํานักงาน จ.จันทบุรี ให้ไปเป็นวิทยากรบรรยายในโครงการฝึกอบรมหลักสูตร ทะเลสวยใสไปตลอดกาล\" ณ โรงแรม แห่งหนึ่งใน จ.ตราด ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 (09.00 - 16.00 น.) โดยหน่วยงานผู้จัดฝึกอบรม รับผิดชอบ ค่าอาหารกลางวัน ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อ แต่มิได้ระบุในหนังสือเชิญให้เป็นวิทยากร ว่าให้เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการจากหน่วยงานต้นสังกัด ต่อมา นางสาวสวยสะดุด ได้กลับมาเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไปราชการครั้งนี้ เป็นค่าเบี้ยเลี้ยง 160 บาท (อัตรา 240 บาท หักมื้ออาหาร 1 มือ 80 บาท) และค่าพาหนะ จํานวน 245 บาท รวมเบิกทั้งสิ้น 405 บาท"," กรณีนี้ หน่วยงานผู้จัดการฝึกอบรมไม่ได้ ระบุในหนังสือเชิญเป็นวิทยากรฝึกอบรม ว่าให้เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ หรือค่าใช้จ่ายอื่น จากหน่วยงาน ต้นสังกัด ดังนั้น เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นวิทยากร จะไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการจากหน่วยงานต้นสังกัดได้ต้องเรียกคืน เงินจากนางสาวสวยสะดุด จํานวน 405 บาท อ้างอิง ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมฯ พ.ศ. 2549 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 10 วรรค 2 ได้กําหนด ส่วนราชการผู้จัดฝึกอบรมเป็นผู้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมให้กับ ประธานในพิธี แขกผู้มีเกียรติ เจ้าหน้าที่วิทยากร ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ผู้สังเกตการณ์ แต่ถ้าจะเบิกจ่ายจากหน่วยงานต้นสังกัดให้ทําได้เมื่อส่วนราชการที่จัดฝึกอบรมร้องขอและส่วนราชการต้นสังกัดยินยอม","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/114689/"],
    [10,"ฉบับที่ 2",1,2565,2,"มกราคม-มีนาคม","18 มีนาคม 2565","ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ","นางสาวแก่นตะวัน จันทร์เที่ยง เป็นข้าราชการระดับชํานาญการพิเศษ ของสํานักงาน จ.นครสวรรค์ ได้ขออนุมัติเดินทางไปราชการที่กรมอนุรักษ์ จ.กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 20-21 มกราคม 2564 โดยใช้รถราชการ ซึ่งได้รับอนุมัติจากผู้อํานวยการสํานักงานฯ เรียบร้อย แล้ว เมื่อกลับมาถึงสํานักงานฯ นางสาวแก่นตะวันฯ ได้ขอเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป ราชการ จํานวนเงิน 5,170 บาท ประกอบด้วย ค่าเบี้ยเลี้ยง จํานวน 2 วัน (240 x 2)โดยนับเวลาออกจากที่พักวันที่ 20 ม.ค.64 เวลา 05.30 น. และเดินทางกับถึงที่พักวันที่ 21 ม.ค.64 เวลา 19.30 น. เป็นเงิน 480 บาท ค่าโดยสารเครื่องบินเส้นทางพิษณุโลก-กรุงเทพฯ เที่ยวกลับวันที่ 21 ม.ค.64 จํานวนเงิน 4,240 บาท เที่ยวไป วันที่ 20 ม.ค.64 และค่ารถรับจ้าง เที่ยวไปจากสนามบินดอนเมืองถึงกรมอนุรักษ์ ในวันที่ 20 ม.ค.64 และเที่ยวกลับจากกรมอนุรักษ์ถึงสนามบินดอนเมือง ในวันที่ 21 ม.ค.64 จํานวนเงิน 450 บาท","กรณีนี้นางสาวแก่นตะวันได้รับอนุมัติเดินทางโดยใช้รถราชการ แต่นําหลักฐาน ค่าเครื่องบินโดยสาร และค่ารถรับจ้าง มาเบิกจ่ายกับทางราชการ ซึ่งไม่สอดคล้องกับยานพาหนะที่ได้รับอนุมัติให้เดินทางไปราชการ จึงเป็นการปฏิบัติไม่เป็นไป ตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ. ๒๕๒๖ และที่ ราชการเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติให้เดินทางไปราชการ หรือวันที่ออกจากแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๘ วรรคหนึ่ง สิทธิที่จะได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ แล้วแต่กรณี จึงต้องเรียกคืนค่าโดยสารเครื่องบินและค่ารถรับจ้าง รวม เป็นเงิน 4,690 บาท","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/114689/"],
    [11,"ฉบับที่ 3",1,2565,3,"เมษายน-มิถุนายน","24 มิถุนายน 2565","ค่าเช่าบ้าน","น.ส.แตงโม เป็นข้าราชการระดับชํานาญการ ซึ่งมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้ไม่เกินเดือนละ 6,000 บาท ต่อมาได้ร่วมกับ นางกระติก (พี่สาว) กู้เงินจากสถาบันการเงิน เป็นจํานวนเงิน 1 ล้านบาท เพื่อซื้อบ้านในท้องที่ ที่สํานักงานของ น.ส.แตงโม ตั้งอยู่ โดยทั้ง 2 คน มีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในบ้านหลังดังกล่าว และร่วมกันผ่อนชําระเงินกู้เดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 25 ปี น.ส.แตงโม ได้นําใบเสร็จการผ่อนชําระเงินกู้ดังกล่าว มาเป็นหลักฐานการเบิกค่าเช่าบ้านจากสํานักงาน ๆ เดือนละ 5,000 บาท ตั้งแต่เดือน ม.ค. 62 เป็นต้นมา","กรณีบ้านหลังดังกล่าวน.ส.แตงโม มีกรรมสิทธิ์ร่วมกับ พี่สาว ดังนั้น น.ส. แตงโม จึงมีสิทธิ์ เบิกค่าเช่าบ้านกรณีเช่าซื้อได้เพียง เดือนละ 2,500 บาท ตามสัดส่วน ของกรรมสิทธิ และต้องคืนเงินส่วนที่เบิกเกินไปเดือนละ 2,500 บาท ตั้งแต่เดือน ม.ค. 62 ถึงเดือน พ.ค. 55 จํานวน 41 เดือน เป็นเงิน ทั้งสิ้น 102,500 บาท ให้แก่สํานักงาน ฯ เพื่อดําเนินการต่อไปข้อกฎหมาย พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 17 (2) หากเช่าซื้อหรือกู้เงินเพื่อชําระราคาบ้านร่วมกับบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่คู่สมรสและมีกรรมสิทธิ์รวมกับบุคคลอื่นในบ้านนั้นจะเบิกจ่าย ค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชําระเงินกู้ได้ตามสัดส่วนแห่งกรรมสิทธิ์สําหรับบ้านหลังดังกล่าว","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/125600/"],
    [12,"ฉบับที่ 3",1,2565,3,"เมษายน-มิถุนายน","24 มิถุนายน 2565","ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ","นางสาวเอิงเอยข้าราชการระดับอาวุโสของสํานักงานหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ได้รับอนุมัติให้เดินทางโดยรถราชการ ระหว่างวันที่ 21  23 ส.ค. 60 เพื่อเข้าร่วมประชุมวิชาการ ในวันที่ 21 ส.ค. 60 เวลา 10.00 น. ถึงวันที่ 23 ส.ค. 60 เวลา 15.00 น. ณ โรงแรม ใน อ.เมือง จ.สุโขทัย ซึ่งหน่วยงานผู้จัด ฯ รับผิดชอบค่าเช่าที่พัก ค่าอาหารกลางวัน และค่าอาหารว่าง พร้อมเครื่องดื่มสําหรับ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ และ ค่าใช้จ่ายอื่น ให้ผู้เข้าร่วมประชุมวิชาการ 4 เบิกจ่ายจากหน่วยงานต้นสังกัดหลังเสร็จ สิ้นประชุมวิชาการ ฯ นางสาวเอิงเอย ได้เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เป็นเงิน 4,125 บาท ประกอบด้วย ค่าเบี้ยเลี้ยง 3 วัน (240X3=720) หักอาหาร 3 มื้อ (80X3=240) เป็นเงิน 480 บาท ค่าน้ํามันเชื้อเพลิง จํานวน 146 ลิตร เป็นเงิน 3,645 บาท โดยเติมน้ํามัน วันที่ 21 ส.ค. 60 เวลา 06.00 น. จํานวน 56.02 ลิตร เป็นเงิน 1,400 บาท, - วันที่ 22 ส.ค. 60 จํานวน 39.54 ลิตร เป็นเงิน 1,000 บาท วันที่ 23 ส.ค. 60 เวลา 09.00 น. จํานวน 50.44 ลิตร เป็นเงิน 1,245 บาท (ใบเสร็จรับเงินของวันที่ 21 และ 23 ส.ค. 60 ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์) ข้อมูลเพิ่มเติม : ระยะทางจากสํานักงานฯ ถึงโรงแรมที่จัดประชุม ประมาณ 340 กม. และรถราชการคันดังกล่าวมีเกณฑ์อัตราสิ้น เปลืองน้ํามัน 10 กม./ลิตร","จากกรณีดังกล่าว พบว่า การเบิกจ่ายค่าน้ํามันเชื้อเพลิง สูงเกินความเป็นจริง เมื่อวิเคราะห์ เปรียบเทียบภารกิจที่ปฎิบัติ ระยะทาง ที่ใช้ในการเดินทางจากบันทึกการใช้รถยนต์ และอัตราสิ้นเปลืองน้ํามันกับการเบิกจ่ายค่าน้ํามันเชื้อเพลิง ดังนั้น สํานักงาน ฯ ควรสอบหา ข้อเท็จจริงถึงสาเหตุ และความจําเป็นของการเบิกค่าน้ํามันจํานวนดังกล่าว หากเป็นการเบิกจ่ายปราศจากเหตุผล ความจําเป็น หรือกระทําการโดยมีเจตนาไม่สุจริตให้เรียกเงินคืน และ ดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ต่อไป สําหรับเจ้าหน้าที่ ผู้ทําหน้าที่เบิกจ่าย เงิน และผู้อนุมัติการเบิกจ่ายเงิน จะ ต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐาน ประกอบการเบิกจ่ายเงินให้ครบถ้วนถูกต้องตามความจริง หากพบว่าไม่ถูกต้องต้องทักท้วงหรือสั่งระงับการเบิกจ่าย","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/125600/"],
    [13,"ฉบับที่ 3",1,2565,3,"เมษายน-มิถุนายน","24 มิถุนายน 2565","ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ","นายโกโกวา เป็นข้าราชการ ระดับนํานาญการพิเศษ ของสํานักงาน แห่งหนึ่งในจังหวัดสุโขทัย ได้รับ อนุมัติจากผู้อํานวยการ น ให้เดินทางวไปราชการ เพื่อเข้าร่วมประชุมในวันที่11 ก.พ. 63 เวลา 10.00 น.ณ ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลกโดยใช้รถราชการ (ระยะทางจาก สํานักงาน ฯ ถึงศาลากลางจังหวัด พิษณุโลก ประมาณ 70 ก.ม.) และ ได้เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางครั้งนี้ เป็นเงิน 1,740 บาท ประกอบด้วย - ค่าน้ํามันเชื้อเพลิง จํานวน1,500 บาท- ค่าเบี้ยเลี้ยง จํานวน 1 วัน เป็นเงิน 240 บาทโดยนับเวลาออกจากสํานักงาน เวลา 06.00 น. และเดินทางกลับถึง สํานักงาน เวลา 18.30 น. รวม 12 ชั่วโมง 30 นาที ตามที่ระบุ ไว้ในรายงานการเดินทางไปราชการ(แบบ 8708)ความจริงปรากฏว่า นายโกโกวา ได้เติมนํ้ามันเชื้อเพลิงจากปั๊มนํ้ามัน ซึ่งอยู่ห่างจากสํานักงาน 4 ประมาณ 700 เมตร ซึ่งใบเสร็จ รับเงินออกด้วยระบบคอมพิวเตอร่ ระบุเวลาที่เติม 08.00 น. ไม่สอดคล้องกับเวลาออกจาก สํานักงาน ที่ระบุไว้ในแบบ 8708","ดังนั้น การคํานวณค่าเบี้ยเลี้ยง ควรเริ่มนับตั้งแต่เวลา 08.00น. ถึงเวลา 18.30 น. รวมเป็นเวลา 10 ชั่วโมง 30 นาที ทําให้สามารถ เบิกค่าเบี้ยเลี้ยงได้เพียงครึ่งวัน เป็นเงิน 120 บาท ตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 16 วรรค 3 กําหนดว่า เวลาเดิน ทางไปราชการในกรณีที่มิได้มีการ พักแรม ...หากนับได้ไม่เกินสิบสอง 2 ชั่วโมง แต่เกินหกชั่วโมงขึ้นไป ให้ถือเป็นครึ่งวัน และต้องคืนเงิน ให้สํานักงาน ฯ จํานวน 120 บาท เพื่อดําเนินการต่อไป","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/125600/"],
    [14,"ฉบับที่ 3",1,2565,3,"เมษายน-มิถุนายน","24 มิถุนายน 2565","งบประมาณ","ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 สํานักงาน ฯ ได้รับงบประมาณ เพื่อดําเนินงานของโครงการ A ภายใต้แผนบูรณาการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ประเภทงบรายจ่ายอื่น ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้อบรมพัฒนาความรู้ให้เจ้าหน้าที่ อปท.ในการติดตามตรวจสอบ แหล่งน้ําดิบ แต่ในระหว่างปีสํานักงาน ฯ ได้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเดินทางไปราชการเพื่อเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการเสริมสร้างความรู้เรื่อง การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ(PMQA) โดยไปใช้งบประมาณจากแผนบูรณาการของโครงการ A แทนการใช้งบประมาณจากแผนงานพื้นฐานด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จํานวน 17,963 บาท","กรณีดังกล่าวเป็นการใช้จ่ายงบประมาณไม่เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 ข้อ 22, 23,28 สํานักงานฯ ต้องดําเนินการแก้ไขโดยเบิกหักผลักส่งในระบบ GFMIS เพื่อปรับลดงบประมาณจากแผนงานพื้นฐานด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปรับเพิ่มงบประมาณในแผนบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/125600/"],
    [15,"ฉบับที่ 4",2,2566,1,"ตุลาคม-ธันวาคม","29 ธันวาคม 2565","ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม","หน่วยงานแห่งหนึ่งได้จัดโครงการฝึกอบรม โดยมีรูปแบบการฝึกอบรมในห้องเรียนหรือสถานที่ของทางราชการแต่เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (Covid-19) ส่งผลให้ไม่สามารถจัดการฝึกอบรมในห้องเรียนหรือสถานที่ของทาง ราชการตามปกติได้ หน่วยงานจึงได้ปรับเปลี่ยนการฝึกอบรมเป็นการสอนออนไลน์ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเข้าฟังและส่งรายงานทางอิเล็กทรอนิกส์กรณีดังกล่าว \"ค่าวิทยากร\" สามารถเบิกจ่าย ได้หรือไม่/อย่างไร และหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายคืออะไร","โดยหลักการการฝึกอบรมตามนัยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ พ.ศ. 2549 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน โดยมิได้กําหนด รูปแบบของการจัดฝึกอบรมไว้แต่อย่างใด กรณีตามข้อหารือนั้น หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า โครงการฝึกอบรมดังกล่าวได้รับอนุมัติจากหัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณให้ปรับเปลี่ยน รูปแบบการฝึกอบรมโดยใช้ระบบออนไลน์หรือรูปแบบการฝึกอบรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้น การฝึกอบรมโดยใช้รูปแบบออนไลน์หรือผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ก็ถือเป็นการฝึกอบรมตามนัยระเบียบกระทรวงการคลังฯ จึงสามารถเบิกจ่ายค่าวิทยากรได้ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กําหนด ตามนัยระเบียบกระทรวงการคลังฯ ข้อ 14 สําหรับหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายค่าวิทยากรนั้น ให้แนบหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายที่แสดงให้เห็นว่าวิทยาการได้มีการบรรยาย ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมและจํานวนชั่วโมงการบรรยายของวิทยากร","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/142724/"],
    [16,"ฉบับที่ 4",2,2566,1,"ตุลาคม-ธันวาคม","29 ธันวาคม 2565","ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม","หน่วยงานตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ไปจัดฝึกอบรมในต่างจังหวัด ให้กับผู้เข้ารับการ ฝึกอบรมประเภทบุคคลภายนอก โดยผู้จัดจัดเฉพาะที่พักและอาหารให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรม โดยไม่ได้จัดพาหนะให้แต่จะรับผิดชอบค่าพาหนะให้กับผู้เข้ารับการ ฝึกอบรมตามสิทธิข้าราชการตําแหน่งประเภททั่วไประดับปฏิบัติงาน กรณีดังกล่าว ประธานในพิธีเปิด-ปิดการฝึกอบรม และวิทยากรสามารถ เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์ได้หรือไม่","กรณีหน่วยงานจัดฝึกอบรมประเภทบุคคลภายนอก โดยจัดอาหารและที่พักให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรม และไม่ได้จัดยานพาหนะแต่จะรับผิดชอบค่าพาหนะ ให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ผู้จัดการฝึกอบรมต้องเบิกจ่ายค่าอาหาร ที่พัก ให้ใน อัตราเดียวกันสําหรับประธานในพิธีเปิดหรือพิธีปิดการฝึกอบรม ผู้เข้ารับการ ฝึกอบรม ผู้ติดตาม และวิทยากร ในอัตราเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินอัตราตามนัย ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และ การประชุมระหว่างประเทศ พ.ศ. 2549 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 15 และข้อ 16 ส่วนค่าพาหนะต้องเบิกจ่ายตามสิทธิของข้าราชการตําแหน่งประเภททั่วไประดับ ปฏิบัติงาน และเบิกจ่ายค่าพาหนะได้เท่าที่จ่ายจริงตามนัยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมฯ ข้อ 17 (2) (ค)","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/142724/"],
    [17,"ฉบับที่ 4",2,2566,1,"ตุลาคม-ธันวาคม","29 ธันวาคม 2565","ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม","กรณีส่วนราชการจัดฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงานและจัดให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมไปเยี่ยมชมหรือดูงานนอกสถานที่ ผู้จัดจะสามารถจ่ายเงินสดเป็นค่าสถานที่ให้กับเจ้าของสถานที่ ได้หรือไม่","ไม่ได้ ต้องเบิกจ่ายเป็นของขวัญ/ของสมนาคุณ ในอัตราที่จ่ายจริง แห่งละไม่เกิน 1,500 บาท และต้องดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุด้วย","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/142724/"],
    [18,"ฉบับที่ 4",2,2566,1,"ตุลาคม-ธันวาคม","29 ธันวาคม 2565","ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ","นาย ก. จะไปราชการวันนี้และได้จองตั๋วไว้ประมาณ 5 โมงเย็น วันนี้ทั้งวันไม่มาทํางานเพราะเขาอ้างว่าเป็นช่วงขออนุมัติเดินทางไปราชการ ทั้งที่ตอนเย็นถึงจะออกเดินทางไป ราชการ (ขออนุมัติเดินทางไปราชการ วันที่ 22  25 ธค.65 จ.เชียงราย แต่วันที่ 22 ธค.65 ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. ไม่มาทํางาน) ได้หรือไม่","ไม่ได้ นาย ก. ต้องมาทํางาน บางคนเข้าใจว่าขออนุมัติวันที่ 22  25 ธค. 65 วันที่ 22 ธค.65 ทั้งวันไม่มาทํางาน เพราะอยู่ในช่วงไปราชการ แต่ถ้าหลักฐานค่าพาหนะเป็นตั๋ว เครื่องบินเครื่องบินออก 2 ทุ่ม เวลาราชการทั้งวันไม่มาเลย ถือว่าขาดราชการ เพราะการนับ เวลาเดินทางไปราชการเริ่มนับตั้งแต่ออกจากบ้าน เพราะฉะนั้นหากออกจากบ้านตั้งแต่ เวลา 18.00 น. วันนี้ทั้งวันไม่มาทํางาน เบี้ยเลี้ยงนับ 18.00 น. เท่ากับวันนี้ขาดราชการ","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/142724/"],
    [19,"ฉบับที่ 4",2,2566,1,"ตุลาคม-ธันวาคม","29 ธันวาคม 2565","ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ","กรณีการเดินทางไปทอดกฐินพระราชทาน กฐินหลวง บางกลุ่ม มีคําสั่งให้นํากฐินพระราชทานไปทอด ณ วัดหลวง ซึ่งทําหน้าที่ โดยตรง กับอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่เป็นคณะกรรมการ อยากไปร่วมด้วยจิต ศรัทธา ถามว่าจะเบิกและถือเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้หรือไม่","กฐินหลวงสั่งการไว้เป็นหนังสือ ครม. ตั้งแต่ 3 มี.ค. 2503 กําหนดว่าการเดินทางไปราชการนอกเหนือหน้าที่งานเรา เป็นงานในรัฐพิธี ราชพิธีหรืองานที่ ครม.กําหนดไว้ งานเหล่านี้ ถึงแม้ว่าจะไม่เกี่ยวเนื่องกับเราก็จริง แต่เป็นงานที่กําหนดไว้ มี หนังสือสั่งการเฉพาะว่าต้องเป็นบุคคลที่มีหน้าที่โดยตรง และให้คํานึงถึงงบประมาณด้วย จึงถือว่าเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ไปราชการได้ ฉะนั้นคนที่ไปทอดกฐินหลวงและสามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้ก็คือกลุ่มคนที่มีหน้าที่โดยตรง แต่กลุ่มที่ไปด้วยจิตศรัทธาอันนี้ไม่ถือเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางและไม่สามารถเบิกจ่ายได้","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/142724/"],
    [20,"ฉบับที่ 4",2,2566,1,"ตุลาคม-ธันวาคม","29 ธันวาคม 2565","ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ","กรณีเป็นวันหยุดจะต้องขออนุมัติเดินทางด้วยหรือไม่ เช่น นาย ม. ปฏิบัติราชการปกติอยู่ที่กรุงเทพฯ ได้รับคําสั่งให้ไปประชุมที่ จ.เชียงใหม่ในวันพุธ พฤหัส ศุกร์ติดเสาร์อาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุด ไปเชียงใหม่ ยังไม่ได้ดูหมีแพนด้า ก็เลยขออยู่ต่อ ถ้าเป็นกรณีที่ นาย ม. ไม่ขออนุมัติช่วงเสาร์-อาทิตย์โดยอ้างว่าเป็นวันหยุด ถ้าเป็นวันทํางานปกติถึงจะยื่น ใบลา กรณีนี้ นาย ม. สามารถนําค่ารถกลับกรุงเทพฯในวันอาทิตย์มาเบิกทางราชการได้หรือไม่","เบิกไม่ได้ เนื่องจากสิทธิ์ในการได้รับค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นในวันที่ได้รับอนุมัติ วันเสาร์- อาทิตย์ ไม่ต้องลาก็จริงแต่ต้องขออนญัติให้ครอบคลุมเพื่อให้เกิดสิทธิในการเบิกค่ารถเที่ยวกลับดังนั้นจึงต้องขออนุมัติตั้งแต่วันพุธถึงวันอาทิตย์ แต่ค่าใช้จ่ายสิ้นสุดวันศุกร์ที่ นาย ม. ทํางาน เสร็จ กี่โมงตัดช่วง คือ ค่าเบี้ยเลี้ยงนับตั้งแต่ออกจากบ้านสิ้นสุดหลังจากปฏิบัติราชการเสร็จสิ้น ในวันศุกร์ ค่าเช่าที่พัก คืนวันศุกร์ คืนวันเสาร์ เบิกไม่ได้ แต่เบิกค่ารถกลับได้เพียงอย่างเดียว ถ้า นาย ม. ไม่ขออนุมัติคลุมวันเสาร์อาทิตย์จะเบิกค่ารถกลับไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องขออนุมัติให้ครอบคลุมเพื่อให้เกิดสิทธิในการเบิกค่าใช้จ่าย","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/142724/"],
    [21,"ฉบับที่ 4",2,2566,1,"ตุลาคม-ธันวาคม","29 ธันวาคม 2565","ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ","กรณีเดินทางกลับหลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติราชการแล้ว กลับถึงที่พักที่กรุงเทพ 7โมงเช้าของวันที่ 22 สมมุติขออนุมัติเดินทางตั้งแต่วันที่ 20-22 ถามว่าวันที่เราขออนุมัติเดินทางถึง 22 เมื่อเรากลับมาถึงที่พักแล้วเราต้องเข้าสํานักงานเพื่อมาปฏิบัติงานปกติหรือไม่","ต้องเข้ามาทํางาน เพราะถือว่าเวลาราชการหยุดตั้งแต่ 7 โมงที่กลับถึงบ้านพักเบี้ยเลี้ยงที่ไปราชการหยุดตั้งแต่ 7 โมงเช้า ของวันนั้น เพราะฉะนั้นต้องเข้ามาทํางาน","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/142724/"],
    [22,"ฉบับที่ 4",2,2566,1,"ตุลาคม-ธันวาคม","29 ธันวาคม 2565","ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ","กรณีที่ข้าราชการเดินทางไปราชการและในระหว่างปฏิบัติ ราชการนั้น เกิดเจ็บป่วยและไปนอนพักที่ห้องโรงแรม สามารถเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเช่าที่พักได้หรือไม่","เบิกได้ เพราะกฤษฎีกาตามมาตรา 21 กําหนดว่ากรณี ผู้เดินทางเจ็บป่วยและจําเป็นต้องพักเพื่อรักษาพยาบาลให้เบิกค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเช่าที่พักได้ แต่ไม่เกิน 10 วัน","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/142724/"],
    [23,"ฉบับที่ 4",2,2566,1,"ตุลาคม-ธันวาคม","29 ธันวาคม 2565","ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ","ไปราชการ 3 คน เพื่อนคนหนึ่งขออนุมัติใช้รถยนต์ส่วนตัว อีก 2 คนขอติดรถไปด้วย 2 คนนี้ออกจากบ้านโดยแท็กซี่ เพื่อไปยังบ้าน ของคนที่ใช้รถส่วนตัว 2 คนนี้เบิกค่าแท็กซี่โดยอ้างเหตุว่าออกจาก บ้านมายังสถานที่ที่จัดรถในการเดินทางไปราชการได้หรือไม่","ไม่ได้ เพราะรถที่ใช้ไปราชการต้องเป็นรถราชการ คนที่ขอใช้รถยนต์ ส่วนตัวเบิก 4 บาท ส่วน 2 คน ที่เดินทางไปด้วยถือว่าไม่ประสงค์ในการ เดินทางโดยรถทัวร์ รถไฟ เครื่องบิน ท่านสละสิทธิ์ค่าพาหนะประจําทางไป แล้ว เพราะฉะนั้น ค่าพาหนะรับจ้างที่มายังบ้านของคนที่ขอใช้รถส่วนตัวไม่ถือว่ามาจากบ้านไปยังสถานที่จัดรถเพื่อใช้ในการไปราชการ","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/142724/"],
    [24,"ฉบับที่ 5",2,2566,2,"มกราคม-มีนาคม","21 มีนาคม 2566","ค่าเช่าบ้าน","ข้าราชการชายและหญิงเป็นสามีภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีคำสั่งให้ย้ายจากกรมกำจัดแมลง มาปฏิบัติราชการที่สำนักงานพลังงานดอกไม้ ท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ต่อมาข้าราชการชายและหญิงได้ร่วมกันทำสัญญาซื้อบ้านพร้อมที่ดินในท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ในราคา 3,000,000.- บาท แต่ทำสัญญากู้เงินกับธนาคาร จำนวน 3,200,000.- บาท ข้าราชการชายใช้สิทธินำหลักฐานการผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านมาเบิกค่าเช่าบ้านจากทางราชการ เดือนละ 4,000 บาท และข้าราชการหญิงประสงค์ขอใช้สิทธินำหลักฐานการผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านมาเบิกค่าเช่าบ้านจากทางราชการ ทั้งคู่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่ในทางพฤตินัยเป็นสามีภรรยากันเรียกว่าเป็นคู่สมรสหรือไม่ และทั้งคู่ใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้หรือไม่ ใช้สัญญาฉบับไหนในการคำนวณผ่อนชำระรายเดือน","เมื่อข้าราชการชายและหญิงไม่ได้จดทะเบียนสมรสจึงไม่ใช่คู่สมรส หากต่างมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการ ข้าราชการชายและหญิงมีสิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าบ้านหรือหลักฐานการผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านมาเบิกค่าเช่าบ้านจากทางราชการได้ ตามมาตรา 7 ประกอบมาตรา 17 แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ เมื่อข้าราชการชายและหญิงทำสัญญาเงินกู้จากธนาคาร จำนวน 3,200,000 บาท สูงกว่าราคาบ้านที่ทำสัญญาซื้อขายพร้อมที่ดินราคา 3,000,000 บาท ข้าราชการชายและหญิงจึงต้องยื่นหนังสือรับรองจากธนาคารว่า หากมีการกู้เงินเท่ากับราคาบ้าน 3,000,000 บาท จะต้องผ่อนชำระเดือนละเท่าใด ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2549 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 7 วรรคสอง ดังนั้น ข้าราชการชายและหญิงแต่ละคนจะมีสิทธิเบิกได้ตามสิทธิแต่ไม่เกินครึ่งหนึ่งของอัตราการผ่อนชำระรายเดือนที่ธนาคารรับรอง และไม่เกินสัดส่วนแห่งกรรมสิทธิ์ภายในวงเงิน 1,500,000 บาท  ","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/150510/"],
    [25,"ฉบับที่ 5",2,2566,2,"มกราคม-มีนาคม","21 มีนาคม 2566","ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม","สำนักงานแมลงวิทยา (ชัยภูมิ) ได้ส่งข้าราชการระดับชำนาญการ เดินทางไปเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนแม่บทมูลแมลงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ โรงแรมม่อนไหม จ.นครราชสีมา ซึ่งผู้จัดไม่ได้จัดที่พักให้และให้เบิกค่าใช้จ่ายดังกล่าวจากต้นสังกัดซึ่งข้าราชการรายดังกล่าวขอเบิกค่าเช่าที่พักลักษณะเหมาจ่าย 1 คืน จำนวน 800.- บาท การเบิกจ่ายเงินค่าเช่าที่พัก กรณีเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการของข้าราชการรายดังกล่าวในฐานะผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องเบิกค่าเช่าที่พักเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินอัตราค่าเช่าที่พักตามบัญชีหมายเลข 2 และหมายเลข 3 ท้ายระเบียบฯ โดยใช้ใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายเงิน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงานและการประชุมระหว่างประเทศ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2555 ข้อ 18 (1) ดังนั้น กรณีนี้ไม่สามารถเบิกค่าเช่าที่พักเหมาจ่าย จำนวน 800.- บาท ได้ อนึ่ง ระเบียบฯ ข้อ 10 วรรคสอง ...หากจะเบิกจ่ายจากส่วนราชการต้นสังกัดให้ทำได้เมื่อส่วนราชการที่จัดการฝึกอบรมร้องขอและส่วนราชการต้นสังกัดตกลงยินยอม  ","ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงานและการประชุมระหว่างประเทศ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2555 ข้อ 18 (1) และข้อ 10 วรรคสอง","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/150510/"],
    [26,"ฉบับที่ 5",2,2566,2,"มกราคม-มีนาคม","21 มีนาคม 2566","ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม","สำนักงานแมลงวิทยา (ชัยภูมิ) ได้ส่งข้าราชการระดับชำนาญการพิเศษ เดินทางไปเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อแนวทางการจัดการมูลแมลงให้มีประสิทธิภาพ จัดโดยสำนักงานแมลงวิทยา (หนองบัวลำภู) ซึ่งไม่ได้จัดที่พักให้วิทยากร ข้าราชการรายดังกล่าวกลับมาขอเบิกค่าเช่าที่พักกับต้นสังกัดในลักษณะเหมาจ่าย 1 คืน จำนวน 800 บาท การเบิกจ่ายเงินค่าเช่าที่พัก กรณีเดินทางเพื่อเป็นวิทยากรของข้าราชการรายดังกล่าวไม่สามารถกลับมาเบิกค่าใช้จ่ายจากต้นสังกัดได้ เนื่องจากส่วนราชการที่จัดการฝึกอบรมต้องเป็นผู้จัดที่พักหรือผู้รับผิดชอบค่าเช่าที่พักของวิทยากร ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงานและการประชุมระหว่างประเทศ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2555 ข้อ 18  ","ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงานและการประชุมระหว่างประเทศ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2555 ข้อ 18 การจัดการฝึกอบรมที่ส่วนราชการที่จัดการฝึกอบรมไม่จัดอาหาร ที่พัก หรือยานพาหนะ ทั้งหมดหรือจัดให้บางส่วน ให้ส่วนราชการที่จัดการฝึกอบรมเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือส่วนที่ขาดให้แก่บุคคลตามข้อ 10 (1) ประธานในพิธีเปิดหรือพิธีปิดการฝึกอบรม แขกผู้มีเกียรติ และผู้ติดตาม(2) เจ้าหน้าที่ (3) วิทยากร (4) ผู้เข้ารับการฝึกอบรม (5) ผู้สังเกตการณ์  แต่ถ้าบุคคลตามข้อ 10 (4) ผู้เข้ารับการฝึกอบรม หรือ (5) ผู้สังเกตการณ์ เป็นบุคลากรของรัฐให้เบิกจ่ายจากต้นสังกัด ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ยกเว้น (1) ค่าเช่าที่พัก ให้เบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์และอัตราตามข้อ 16 (2) ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ให้คำนวณเวลาเพื่อเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงตาม พรฎ.ค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้แล้วเสร็จ ในกรณีที่ผู้จัดการฝึกอบรมจัดอาหารบางมื้อในระหว่างการฝึกอบรม ให้หักเบี้ยเลี้ยงเดินทางที่คำนวณได้ในอัตรามื้อละ 1 ใน 3 ของอัตราเบี้ยเลี้ยงเดินทางต่อวัน","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/150510/"],
    [27,"ฉบับที่ 5",2,2566,2,"มกราคม-มีนาคม","21 มีนาคม 2566","ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ","นางสาวยูจิน ข้าราชการระดับชำนาญการ ได้รับอนุมัติเดินทางไปราชการ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อลงพื้นที่ปฏิบัติงาน วันที่ 2 -  3 กุมภาพันธ์ 2566 เมื่อกลับมาถึงสำนักงานได้เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ครั้งนี้ เป็นเงิน 6,180 บาท ประกอบด้วย ค่าเบี้ยเลี้ยง 480 บาท ค่าที่พัก 800 บาท ค่าพาหนะ 4,900 บาท ประกอบด้วย ค่าโดยสารเครื่องบิน 2,200 บาท และค่าพาหนะรถรับจ้าง ดังนี้ วันที่ 2 ก.พ. 66 1. ค่าพาหนะรถรับจ้างจากสถานที่อยู่ กทม. ถึง สนามบินดอนเมือง 500 บาท 2. ค่าพาหนะรถรับจ้างจากสนามบินเชียงใหม่ ถึง ที่พัก โรงแรมริมปิง (เพื่อเก็บสัมภาระส่วนตัว) 350 บาท 3. ค่าพาหนะรถรับจ้างจากโรงแรมริมปิง ถึง สถานีตรวจวัดน้ำ อ. เมือง จ. เชียงใหม่ 300 บาท 4. ค่าพาหนะรถรับจ้างจากสถานีตรวจวัดน้ำ ถึง สำนักงานทรัพยากรน้ำ อ. เมือง จ. เชียงใหม่ 250 บาท 5. ค่าพาหนะรถรับจ้างจากสำนักงานทรัพยากรน้ำ ถึง สถานีวิจัยน้ำ อ. เมือง จ. เชียงใหม่ 150 บาท 6. ค่าพาหนะรถรับจ้างจากสถานทีวิจัยน้ำถึงที่พัก โรงแรมริมปิง 300 บาท วันที่ 3 ก.พ. 66  7. ค่าพาหนะรถรับจ้างจากที่พักโรงแรมริมปิง ถึง สนามบินเชียงใหม่ 350 บาท 8. ค่าพาหนะรถรับจ้างจากสนามบินดอนเมืองถึงสถานที่อยู่ กทม.\t500 บาท กรณีนี้ นางสาวยูจิน ไม่สามารถเบิกค่าพาหนะรถรับจ้าง ลำดับที่  4 และ 5 จำนวนเงิน 400 บาท ได้ เนื่องจากตามระเบียบค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ การเบิกค่าพาหนะรถรับจ้าง สามารถเบิกได้เฉพาะการเดินทางไปกลับระหว่างสถานที่พักกับสถานที่ปฏิบัติราชการภายในเขตจังหวัดเดียวกันวันละไม่เกินสองเที่ยว ในลำดับที่  4 และ 5 เป็นการเบิกค่าพาหนะรถรับจ้างจากสถานที่ปฏิบัติราชการกับสถานที่ปฏิบัติราชการ ซึ่งเกินกว่า 2 เที่ยว จึงไม่สามารถเบิกได้ตามระเบียบนี้","พระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2560 มาตรา 22 การเบิกค่าพาหนะรับจ้างให้เบิกได้สําหรับกรณีดังต่อไปนี้ (1) การเดินทางไปกลับระหว่างสถานที่อยู่ ที่พัก หรือสถานที่ปฏิบัติราชการกับสถานียานพาหนะ ประจําทาง หรือกับสถานที่จัดพาหนะที่ต้องใช้ในการเดินทางไปยังสถานที่ปฏิบัติราชการภายในเขตจังหวัด เดียวกัน  (2) การเดินทางไปกลับระหว่างสถานที่อยู่ ที่พัก กับสถานที่ปฏิบัติราชการภายในเขตจังหวัด เดียวกันวันละไม่เกินสองเที่ยว (3) การเดินทางไปราชการในเขตกรุงเทพมหานคร","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/150510/"],
    [28,"ฉบับที่ 5",2,2566,2,"มกราคม-มีนาคม","21 มีนาคม 2566","ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ","สำนักงานแมลงวิทยา (ชัยภูมิ) ได้อนุมัติให้นางสาวยุนฮี ข้าราชการระดับชำนาญการ ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นข้าราชการดีเด่นจึงเดินทางไปร่วมงานเพื่อรับเกียรติบัตรข้าราชการดีเด่น และนางสาวจูยอง ข้าราชการระดับชำนาญการพิเศษ เดินทางเข้าร่วมพิธีพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพายที่กรุงเทพมหานคร","การเดินทางไปราชการชั่วคราวตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตา 13(1) ได้แก่ การเดินทางไปปฏิบัติราชการชั่วคราวนอกที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งปฏิบัติราชการปกติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาหรือตามหน้าที่ที่ปฏิบัติราชการโดยปกติ หมายความว่าเป็นการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ราชการที่อยู่ในความรับผิดชอบตามปกติของข้าราชการหรือส่วนราชการโดยตรงนอกที่ตั้งสำนักงาน การเดินทางของข้าราชการเพื่อไปร่วมงานรับเกียรติบัตรข้าราชการดีเด่น และเพื่อไปร่วมพิธีพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่กรุงเทพมหานคร ทั้ง 2 กรณีมิใช่การเดินทางไปปฏิบัติราชการหน้าที่ราชการที่อยู่ในความรับผิดชอบตามปกติของข้าราชการหรือส่วนราชการโดยตรงนอกที่ตั้งสำนักงาน ดังนั้น การเดินทางไปร่วมงานดังกล่าวจึงมิใช่การเดินทางไปราชการชั่วคราวตามนัยมาตรา 13(1) แห่งพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปร่วมงานดังกล่าว","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/150510/"],
    [29,"ฉบับที่ 5",2,2566,2,"มกราคม-มีนาคม","21 มีนาคม 2566","ค่าใช้จ่ายในการบริหารงานส่วนราชการ","สำนักงานพลังงานดอกไม้ ได้รับหนังสือจากมหาวิทยาลัยเพื่อขอเข้าศึกษาดูงานเกี่ยวกับการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำและขอเข้าเยี่ยมชมห้องแล็บ ของสำนักงานฯ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 ตั้งแต่เวลา 09.00 - 14.00 น. โดยมีนักศึกษาเข้าศึกษาดูงานและเยี่ยมชมห้องแล็ปของสำนักงานฯ พร้อมคณะอาจารย์ จำนวน 60 ท่าน จึงได้จัดอาหารว่างและเครื่องดื่มพร้อมอาหารกลางวัน เพื่อต้อนรับคณะผู้เข้าเยี่ยม ต่อมาสำนักงานฯ ได้เบิกค่าใช้จ่ายในการต้อนรับคณะเข้าดูงานและเยี่ยมชมสำนักงานฯ จำนวนเงิน  8,100  ประกอบด้วย 1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 ท่าน @ 35 เป็นเงิน 2,100 2.ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 60 ท่าน @100 เป็นเงิน 6,000 กรณีนี้ไม่สามารถเบิกค่าอาหารกลางวัน จำนวน 6,000.- ได้ เนื่องจากรายการค่าใช้สอย ข้อ 12 ลำดับที่ 6 ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของส่วนราชการ พ.ศ. 2553 ระบุไว้ว่าเบิกได้เฉพาะค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในกรณีหน่วยงานอื่นหรือบุคคลภายนอกเข้าดูงานหรือเยี่ยมชมส่วนราชการ และสำนักงานพลังงานดอกไม้ ไม่ได้ขอตกลงกับกระทรวงการคลังก่อนการจัด/เบิกจ่ายค่าอาหารกลางวัน","1. ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของส่วนราชการ พ.ศ. 2553 หมวด 2 ค่าใช้สอย ข้อ 12 ค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าใช้สอย ให้หัวหน้าส่วนราชการเบิกจ่ายตามความจำเป็น เหมาะสม ประหยัด และเป็นประโยชน์ของทางราชการ ทั้งนี้ตามที่กระทรวงการคลังกำหนด 2. หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0406.4/ว 96 ลงวันที่ 16 กันยายน 2553 กระทรวงการคลังได้กำหนดรายการในการเบิกจ่ายไว้ ดังนี้ รายการค่าใช้สอยตามข้อ 12 ลำดับที่ 6 รายการค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับกรณีหน่วยงานอื่นหรือบุคคลภายนอกเข้าดูงานหรือเยี่ยมชมส่วนราชการ","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/150510/"],
    [30,"ฉบับที่ 6",3,2566,2,"เมษายน-มิถุนายน","20 มิถุนายน 2566","หนังสือเวียนที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุและการบริหารพัสดุภาครัฐ","กค (กวจ) 0405.2/ว124 ลว.1 มี.ค.66 แนวทางปฏิบัติในการเร่งรัดการปฏิบัติงานตามสัญญาและการกำหนคคุณสมบัติของผู้มีสิทธิยื่นข้อเสนอ เพื่อป้องกันความเสียหายจากกรณีคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐขาดสภาพคล่องในระหว่างดำเนินงานตามสัญญา",null,"https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/157912/"],
    [31,"ฉบับที่ 6",3,2566,2,"เมษายน-มิถุนายน","20 มิถุนายน 2566","หนังสือเวียนที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุและการบริหารพัสดุภาครัฐ","กค (กวจ) 0405.2/ว125 ลว. 1 มี.ค. 2566 การแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขในรูปแบบประกาศและแบบเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เพื่อปรับปรุงกระบวนการเสนอราคาด้วยวิธี (e-bidding) , ป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่จัดเก็บไว้ในระบบ e-GP และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของระบบให้สามารถรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น",null,"https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/157912/"],
    [32,"ฉบับที่ 6",3,2566,2,"เมษายน-มิถุนายน","20 มิถุนายน 2566","หนังสือเวียนที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุและการบริหารพัสดุภาครัฐ","กค 0433.4/ว128 ลว. 1 มี.ค. 2566 แนวทางปฏิบัติในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) (ระยะที่ 5) การใช้เทคโนโลยี Blockchain จัดเก็บข้อมูลราคา ในการเสนอราคาด้วยวิธี (e-bidding) ไม่ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลราคา หากยังไม่ถึงกำหนดเวลาและลดระยะเวลาการเสนอราคา จากเดิม 8 ชั่วโมง เหลือ 3 ชั่วโมง รวมทั้งยกเลิกขั้นตอนการซื้อเอกสารประกวดราคา ฯลฯ",null,"https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/157912/"],
    [33,"ฉบับที่ 6",3,2566,2,"เมษายน-มิถุนายน","20 มิถุนายน 2566","หนังสือเวียนที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุและการบริหารพัสดุภาครัฐ","กค 0433.2/ว135 ลว. 3 มี.ค. 2566 การปรับปรุงบัญชีค่าแรงงาน/ดำเนินการสำหรับถอดแบบคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง กรมบัญชีกลางได้จัดทำบัญชีค่าแรงงานฯ ใหม่ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐใช้คำนวณราคากลาง งานก่อสร้างตามหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดราคากลางก่อสร้าง และยกเลิกบัญชีค่าแรงงานฯ เดิม",null,"https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/157912/"],
    [34,"ฉบับที่ 6",3,2566,2,"เมษายน-มิถุนายน","20 มิถุนายน 2566","หนังสือเวียนที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุและการบริหารพัสดุภาครัฐ","กค (กวจ) 0405.4/ว159 ลว.20 มี.ค. 2566 แนวทางปฏิบัติในการจัดทำร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference: TOR) สร้างความชัดเจนในการจัดทำร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (TOR) สำหรับการซื้อการจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง งานจ้างก่อสร้างและการเช่าอสังหาริมทรัพย์",null,"https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/157912/"],
    [35,"ฉบับที่ 6",3,2566,2,"เมษายน-มิถุนายน","20 มิถุนายน 2566","หนังสือเวียนที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุและการบริหารพัสดุภาครัฐ","กต (กวจ) 0405.5/ว189 ลว. 29 มี.ค. 2566 กำหนดแบบแจ้งผลการจัดซื้อจัดจ้างและแบบแจ้งเหตุผลเพิ่มเติม แก้ไขแบบแจ้งฯ ที่ปัจจุบันขาดข้อความอันเป็นสาระสำคัญ จึงได้ปรับปรุง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดจ้าง",null,"https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/157912/"],
    [36,"ฉบับที่ 7",3,2567,2,"มกราคม-มีนาคม","12 มีนาคม 2567","การไปร่วมงานกฐินพระราชทาน","ผู้มีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปร่วมงานกฐินพระราชทาน ได้แก่ ประธาน/รองประธาน คณะกรรมการฯ คณะทำงานฯ เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายให้ติดต่อประสานงานกับทางจังหวัดหรือทางวัด ผู้ไม่มีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปร่วมงานกฐินพระราชทาน ได้แก่ ผู้ติดตามประธาน/รองประธาน ผู้ติดตามคณะกรรมการฯ คณะทำงานฯ และข้าราชการ/ลูกจ้างผู้เข้าร่วมงานตามความสมัครใจ ค่าใช้จ่ายที่เบิกจ่าย  ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ (เบี้ยเลี้ยง ที่พัก พาหนะ) ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ (กรณีล่วงเลยเวลาราชการหรือวันหยุดราชการ) ข้อพึงระวังในการเบิกจ่าย ","กรณีเดินทางโดยเครื่องบิน ผู้เดินทางต้องระบุเส้นทาง (จังหวัด) ให้ชัดเจนและเบิกค่าพาะหนะตามเส้นทางที่ได้รับอนุมัตินั้น ไม่สามารถเบิกค่าพาหนะนอกเส้นทาง (จังหวัดใกล้เคียง) เว้นแต่ มีเหตุผลความจำเป็นที่ต้องเดินทางนอกเส้นทาง โดยต้องชี้แจ้งเหตุผลความจำเป็นต่อผู้มีอำนาจอนุมัติ","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/178983/"],
    [37,"ฉบับที่ 7",3,2567,2,"มกราคม-มีนาคม","12 มีนาคม 2567","การปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง ","ผู้ที่ต้องเดินทางไปปฏิบัติราชการนอกที่ตั้งสำนักงานทั้งในเขต กทม. ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง หรือปฏิบัติราชการตามหน้าที่โดยปกติ เช่น การไปประชุมการไปติดต่อเอกสารของหน่วยงาน การไปธนาคารของเจ้าหน้าที่การเงิน เป็นต้น โดยผู้เดินทางได้ขออนุมัติใช้รถส่วนกลาง แต่มิได้ขออนุมัติเดินทางไปปิบัติราชการสามารถทำได้หรือไม่?  Caution (ข้อควรระวัง) กรณีปฏิบัติราชการนอกสถานที่ตั้ง แม้ว่าผู้เดินทางจะไม่ขอเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่จำเป็นต้องได้รับอนุมัติการเดินทางจากผู้บังคับบัญชาเป็นลายลักษณ์อักษร  ใบขออนุญาตใช้รถส่วนราชการมิใช่หนังสือขออนุมัติ ผู้เดินทางต้องได้รับอนุมัติการเดินทางจากผู้บังคับบัญชาด้วย","เพื่อให้การปฏิบัติงานนอกที่ตั้งสำนักงานเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ รวมทั้งผู้เดินทางมีสิทธิเบิกค่าใช้จ่าย และได้รัความคุ้มครองตามกฏหมายที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติงานนอกที่ตั้งทุกคราวต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ได้มอบหมายหรือจัดทำคำสั่งการขออนุมัติในภาพรวมก็ได้ ","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/178983/"],
    [38,"ฉบับที่ 7",3,2567,2,"มกราคม-มีนาคม","12 มีนาคม 2567","ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม","ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม (ผู้เข้ารับการฝึกอบรม) หน่วยงาน A ตั้งอยู่ในเขต กทม. ได้จัดโครงการฝึกอบรมบุคลากรในหน่วยงาน ระหว่างวันที่ 20 ก.พ. 67 ถึง 10 มี.ค. 67 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต (จ.ปทุมธานี) เป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่เวลา 6.00 น. - 21.30 น. ยกเว้นวันเสาร์ - อาทิตย์ หรือวันหยุดราชการ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นข้าราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคในการนี้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะสามารถเบิกค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก ในวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดราชการได้หรือไม่ ","ขรก.ส่วนภูมิภาค มีสิทธิเบิกค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก (ตลอดระยะเวลาการฝึกอบรม) เนื่องจากข้าราชการในส่วนภูมิภาคไม่สามารถเดินทางไปกลับได้ทุกวันได้ตามปกติเพราะมีระยะทางห่างไกล จึงมีเหตุจำเป็นต้องพักแรม ขรก.ส่วนกลาง ไม่สามารถเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง และค่าเช่าที่พักในวันเสาร์ - อาทิตย์ หรือวันหยุดราชการได้ เนื่องจากการเดินทางของขรก.ในเขต กทม./ปริมณฑล ระหว่างที่อยู่กับสถานที่ฝึกอบรมมีลักษณะไม่แตกต่างจากการปฏิบัติราชการปกติ","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/178983/"],
    [39,"ฉบับที่ 7",3,2567,2,"มกราคม-มีนาคม","12 มีนาคม 2567","หน่วยงานของรัฐสามารถบริจาค วัสดุเครื่องใช้สำนักงาน คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สำนักงาน รถยนต์ ให้วัด ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 หรือไม่","การจัดซื้อจัดจ้าง ข้อหารือ หน่วยงานของรัฐสามารถบริจาค วัสดุเครื่องใช้สำนักงาน คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สำนักงาน รถยนต์ ให้วัด ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 หรือไม่ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 260 ข้อ 215 วรรคหนึ่ง กำหนดว่า \"หลังจากการตรวจสอบแล้ว พัสดุใดหมดความจำเป็นหรือหากใช้ในหน่วยงานของรัฐต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก ให้เจ้าหน้าที่เสนอรายงานต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ เพื่อพิจารณาสั่งให้ดำเนินการตามวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ... (3) โอน ให้โอนแก่หน่วยงานของรัฐ หรือองค์การสถานสาธารณกุศลตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ ให้มีหลักฐานการส่งมอบไว้ต่อกันด้วย\" ตอบข้อหารือ หากหน่วยงานของรัฐมีความประสงค์ที่จะจำหน่ายพัสดุที่หมดความจำเป็นหรือใช้ต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก โดยวิธีการโอนให้วัด ซึ่งถือเป็นองค์การสถานสาธารณกุศลตามมาตรา 47 (7)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร ย่อมสามารถดำเนินการได้ตามระเบียบฯ ข้อ 215 วรรคหนึ่ง (3) ","กรณีวัดที่จัดเป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศลตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร จะต้องเป็นวัดวาอารามตามข้อ 2 ของประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 2) เรื่อง กำหนดองค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาล และสถานศึกษาตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร และมาตรา 3 (4) (ข) แห่งพระราชกฤษฎีออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 39) พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่254) พ.ศ. 2535 ลงวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2535 ซึ่งการเป็นวัดวาอารามตามประกาศกระทรวงการคลังฉบับดังกล่าว จะต้องปรากฏว่าวัดนั้นเป็นวัดที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 250","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/178983/"],
    [40,"ฉบับที่ 8",3,2567,3,"เมษายน-มิถุนายน","31 พฤษภาคม 2567","สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการตรวจรับพัสดุ","การตรวจรับพัสดุ เป็นขั้นตอนที่สำคัญขั้นตอนหนึ่งในการจัดซื้อพัสดุและการจัดจ้าง ในที่นี้จะขอนำระเบียบและสาระสำคัญ ตลอดจนตัวอย่างปัญหาที่เกี่ยวกับการตรวจรับพัสดุมากล่าวไว้ เพื่อผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานซื้อหรืองานจ้างทำหน้าที่และนำไปใช้ประกอบในการตรวจรับพัสดุอย่างถูกต้องสอดคล้องกับระเบียบต่อไป ","คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจำแนกตามลักษณะงาน 4 ประเภทงานที่ตรวจรับ คือ  1.คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานซื้อหรืองานจ้าง (ระเบียบฯ ข้อ 175) 2.คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้าง (ระเบียบฯ ข้อ 176) 3.คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างที่ปรึกษา (ระเบียบฯ ข้อ 179) 4.คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง (ระเบียบฯ ข้อ 180) ","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/178983/"],
    [41,"ฉบับที่ 8",3,2567,3,"เมษายน-มิถุนายน","31 พฤษภาคม 2567","หน้าที่ของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และส่วนที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 175 ได้กำหนดหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ไว้ดังนี้ ","(1)ตรวจรับพัสดุ - ณ ที่ทำการของผู้ใช้พัสดุนั้น หรือสถานที่ซึ่งกำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง  - ณ สถานที่อื่นในกรณีที่ไม่มีสัญญาหรือข้อตกลง จะต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อน (2) ตรวจรับพัสดุให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักฐานที่ตกลงกันไว้ สำหรับกรณีที่มีการทดลองหรือตรวจสอบในทางเทคนิคหรือทางวิทยาศาสตร์ จะเชิญผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับพัสดุนั้นมาให้คำปรึกษา หรือส่งพัสดุนั้นไปทดลองหรือตรวจสอบ ณ สถานที่ของ ผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒินั้นๆ ก็ได้  (3) ให้ตรวจรับพัสดุในวันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุมาส่งและให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด (4) เมื่อตรวจถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้รับพัสดุไว้และถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างได้ส่งมอบพัสดุถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุนั้นมาส่ง แล้วมอบแก่เจ้าหน้าที่พร้อมกับทำใบตรวจรับโดยลงชื่อไว้ เป็นหลักฐานอย่างน้อย 2 ฉบับ มอบแก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง 1 ฉบับ และเจ้าหน้าที่ 1 ฉบับ เพื่อดำเนินการเบิกจ่ายเงินตามระเบียบของหน่วยงานของรัฐและรายงานให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐทราบ  * ในกรณีที่เห็นว่าพัสดุที่ส่งมอบ มีรายละเอียดไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญาหรือข้อตกลงให้รายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่ เพื่อทราบและสั่งการ (5) ในกรณีที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างส่งมอบพัสดุถูกต้องแต่ไม่ครบจำนวน หรือส่งมอบครบจำนวนแต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด ถ้าสัญญาหรือข้อตกลงมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ตรวจรับไว้เฉพาะจำนวนที่ถูกต้องโดยถือปฏิบัติตาม (4) และให้รีบรายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน 3 วันทำการนัดถัดจากวันตรวจพบ แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิ์หน่วยงานของรัฐที่จะปรับผู้ขายหรือผู้รับจ้างในจำนวนที่ส่งมอบไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องนั้น (6) การตรวจรับพัสดุที่ประกอบกันเป็นชุดหรือหน่วย ถ้าขาดส่วนประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งไปแล้วจะไม่สามารถใช้การได้โดยสมบูรณ์ ให้ถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างยังมิได้ส่งมอบพัสดุนั้น และโดยปกติให้รีบรายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อแจ้งให้ผู้ขาย หรือผู้รับจ้างทราบภายใน 3 วันทำการนับถัดจากวันที่ตรวจพบ (7) ถ้ากรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอมรับพัสดุโดยทำความเห็นแย้งไว้ให้เสนอ หัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อพิจารณาสั่งการ ถ้าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐสั่งการให้รับพัสดุนั้นไว้ จึงดำเนินการตาม (4) หรือ (5) แล้วแต่กรณี","* ในกรณีจำเป็นที่ไม่สามารถตรวจนับเป็นจำนวนหน่วยทั้งหมดได้ ให้ตรวจรับตามหลักวิชาการสถิติ * ในกรณีที่เห็นว่าพัสดุที่ส่งมอบ มีรายละเอียดไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญาหรือข้อตกลงให้รายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่ เพื่อทราบและสั่งการ","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/178983/"],
    [42,"ฉบับที่ 8",3,2567,3,"เมษายน-มิถุนายน","31 พฤษภาคม 2567","ถ้าท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุในงานซื้อหรืองานจ้าง ท่านควรดำเนินการ ดังนี้ ","1.\tศึกษาเงื่อนไขข้อกำหนดในสัญญา รายการคุณลักษณะเฉพาะ แคตตาล็อก ฯลฯ ให้เข้าใจก่อนทำการตรวจรับ 2. ทำการตรวจรับตามหน้าที่ที่กำหนดไว้ตามระเบียบฯ ข้อ  175 (ตามข้อ 2) 3. ทำการตรวจรับให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดไม่เกินระยะเวลาที่กำหนดไว้ โดยนับแต่วันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุนั้นมาส่ง (ตามข้อ 3) 4. ลงนามในบันทึกการตรวจรับพัสดุ และรายงานการตรวจรับพัสดุเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐทราบ 2.\tกรณีผู้ขายหรือผู้รับจ้างส่งมอบพัสดุล่าช้าหรือไม่ตรงตามข้อกำหนดในสัญญา จะต้องคิดค่าปรับและรายงานไว้ในรายงานการตรวจรับเสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐทราบหรือสั่งการเพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบ การแจ้งการเรียกค่าปรับ และการสงวนสิทธิการเรียกค่าปรับ (ข้อ 181) กรณีที่สัญญาหรือข้อตกลงได้ครบกำหนดส่งมอบแล้ว และ มีค่าปรับเกิดขึ้น - ให้หน่วยงานของรัฐแจ้งการเรียกค่าปรับ ตามสัญญาหรือข้อตกลง จากคู่สัญญาภายใน 7 วันทำการนับถัดจากวันครบกำหนดส่งมอบ - เมื่อคู่สัญญาได้ส่งมอบพัสดุ ให้หน่วยงานของรัฐ บอกสงวนสิทธิ์การเรียกค่าปรับ ในขณะที่รับมอบพัสดุนั้นด้วย 3.\tกรณีมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาหรือข้อตกลง หรือขยายระยะเวลาทำการตามสัญญา หรือการงดหรือลดค่าปรับจะต้องเป็นผู้เสนอให้ความเห็นในแต่ละกรณีเพื่อให้ผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาประกอบในการ สั่งการในแต่ละครั้งด้วย ตามมาตรา 102 แห่ง พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 หรือตามนัยหนังสือด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว52 ลงวันที่ 31 มกราคม 2562 4.การประชุมของคณะกรรมการ (ข้อ 27) องค์ประชุม  - ประธาน + กรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง และประธานจะต้องอยู่ด้วยทุกครั้ง มติกรรมการ - ถือเสียงข้างมาก - ถ้าเสียงเท่ากันให้ประธานออกเสียง เพิ่มอีก 1 เสียง ยกเว้น - คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ  ต้องใช้มติเอกฉันท์  - กรรมการของคณะใดไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการ ให้ทำบันทึกความเห็นแย้งไว้ด้วย ","บทสรุป การตรวจรับพัสดุ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาให้ชัดเจน และทำการตรวจรับตามหน้าที่อำนาจที่กำหนดไว้ในระเบียบฯ ให้ถูกต้องครบถ้วนตามข้อกำหนดของสัญญา หากการตรวจรับพัสดุดำเนินการตรวจรับไปไม่เป็นไปตามสัญญา ซึ่งทำให้ทางราชการเสียประโยชน์หรือเกิดผลเสียหายกับทางราชการ หรือมีเจตนาที่จะช่วยเหลือผู้ขายหรือผู้รับจ้างแล้ว ความรับผิดชอบในผลที่เกิดขึ้นดังกล่าว คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งอาจต้องรับผิดตามบทกำหนดโทษตามพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ พ.ศ. 2560 ตามมาตรา 120 และ 121 หรือผิดระเบียบเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่หรือทางแพ่งอีกด้วย ","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/178983/"],
    [43,"ฉบับที่ 9",3,2567,4,"กรกฎาคม-กันยายน","13 กันยายน 2567","ถ้าคุณได้รับมอบหมายให้เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุในงานก่อสร้าง โดยรู้อยู่แล้วว่าการก่อสร้างไม่เป็นไปตามสัญญา                                                                                                                                                                                                              แต่ผู้บังคับบัญชาพูดจาบังคับและเร่งรัด ให้ดำ เนินการตรวจรับโครงการดังกล่าว เจอแบบนี้จะทำ อย่างไรดีเนี่ย","สำหรับหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานก่อสร้างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560                                                                                                                                                                                                                       และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 176 (6) วรรคแรกกำหนดให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานก่อสร้างมีหน้าที่\nตรวจรับงานจ้างให้เป็นไปตามสัญญา","(6) วรรคสอง หากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นว่าผลงานที่ส่งมอบทั้งหมดหรืองวดใดก็ตาม ไม่เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกําหนดในสัญญาหรือข้อตกลง ให้รายงานหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุเพื่อทราบหรือสั่งการ","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/193938/"],
    [44,"ฉบับที่ 9",3,2567,4,"กรกฎาคม-กันยายน","13 กันยายน 2567","ถ้าคุณได้รับมอบหมายให้เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุในงานก่อสร้าง โดยรู้อยู่แล้วว่าการก่อสร้างไม่เป็นไปตามสัญญา แต่ผู้บังคับบัญชาพูดจาบังคับและเร่งรัด ให้ดำเนินการตรวจรับโครงการดังกล่าว เจอแบบนี้จะทำ อย่างไรดีเนี่ย (ต่อ)","ถ้าผู้บังคับบัญชาเร่งรัดหรือบังคับให้กรรมการตรวจรับดำ เนินการตรวจรับงานก่อสร้าง ทั้งที่ทราบว่างานก่อสร้างไม่เป็นไปตามสัญญา ตรวจรับงานโดยไม่ทักท้วง (ไม่ทำความเห็นแย้งตามข้อ 176 (7)) เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง","ผล กรรมการตรวจรับมีความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย อย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไป\nตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรีนโยบายของรัฐบาล และไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรงทราบว่างานก่อสร้างไม่เป็นไปตามสัญญาตรวจรับงานโดยไม่ทักท้วง\n(ไม่ทำ ความเห็นแย้งตามข้อ 176 (7)) เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรงถูกลงโทษปลดออกจากราชการหรือไล่ออกจากราชการ","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/193938/"],
    [45,"ฉบับที่ 10",4,2568,1,"ตุลาคม - ธันวาคม ","19 ธันวาคม 2567","คำถาม การจัดซื้อจัดจ้างพัสดหน่วยงานของรัฐได้ดำเนินการประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา ผ่านระบบ E-GP เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 67 เวลา 9.00 น. ต่อมามีผู้อุทธรณ์ที่ได้ยื่นข้อเสนอยื่นอุทธรณ์ต่อหน่วยงานของรัฐโดยส่งผ่านช่องทางอีเมลกลางของหน่วยงานของรัฐ ช่วงเวลา 16.00 น. ของวันที่ 15 ม.ค. 67 หน่วยงานของรัฐสามารถรับเรื่องอุทธรณ์ดังกล่าวได้หรือไม่ และการนับช่วงเวลาการอุทธรณ์นับเวลาอย่างไร?\nคำตอบ  ผู้อุทธรณ์มีสิทธิอุทธรณ์ตามมาตรา 114 และได้ยื่นอุทธรณ์ในวันที่ 15 ม.ค. 67 เมื่อเวลา 16.00 น. ซึ่งหลังจากการประกาศรายชื่อผู้ชนะ ตามมาตรา 117 \"นับแต่วันประกาศผลการจัดซื้อจัดจ้างในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง\" ในการนับวัน 7 วันทำการนั้น ให้เริ่มนับวันที่ 16 ม.ค. 67 เป็นวันที่ 1 ตามมาตรา 193/3 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า \"ถ้ากำหนดระยะเวลาเป็นวัน สัปดาห์ เดือนหรือปี มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้น รวมเข้าด้วยกัน เว้นแต่จะเริ่มการในวันนั้นเองตั้งแต่ เวลาที่ถือได้ว่าเป็นเวลาเริ่มต้นทำการงานกันตามประเพณี\" ซึ่งจะสิ้นสุดระยะเวลาการอุทธรณ์ในวันที่ 24 มกราคม 2567 เวลา 16.30 น.\n","คำถาม เมื่อคู่สัญญาพ้นจากข้อผูกพันในสัญญาแล้ว ต้องให้คู่สัญญาทำหนังสือแจ้งขอคืนหลักประกันสัญญามายังหน่วยงานหรือไม่\nคำตอบ  ไม่จำเป็นต้องรอให้คู่สัญญาแจ้งเรื่องมา แต่เมื่อคู่สัญญาพ้นจากข้อผูกพันในสัญญาแล้ว ให้หน่วยงานรีบดำเนินการคืนหลักประกันสัญญาโดยเร็ว และอย่างช้าต้อง ไม่เกิน 15 วัน นับถัดจากวันที่คู่สัญญา พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว\n (ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 170 (2))\n","คำถาม หน่วยงานของรัฐได้ตกลงซื้อครุภัณฑ์ตามสัญญาซื้อขาย ได้กำหนดการส่งมอบไว้ว่า ผู้ขายจะส่งมอบสิ่งของที่ซื้้อขายตามสัญญาให้แก่ผู้ซื้อ ณ สถานที่ A ต่อมาเนื่องจากสถานที่ A ไม่เพียงพอสำหรับการตรวจรับพัสดุได้ตามสัญญา จึงได้ขออนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานเปลี่ยนสถานที่ไปตรวจรับ ณ สถานที่ B และทำ เป็นหนังสือแจ้งให้ผู้ขายทราบ การดำเนินการดังกล่าวสามารถทำได้หรือไม่ ตอบ สามารถดำ เนินการได้ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและ\nการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ข้อ 175 (1)  ตรวจรับพัสดุ ณ ที่ทำ การของผู้ใช้พัสดุนั้น หรือสถานที่ซึ่งได้กำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง การตรวจรับพัสดุ ณ สถานที่อื่น ในกรณีที่ไม่มีสัญญาหรือข้อตกลง จะต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อน\n หากไม่สามารถดำ เนินการได้ตาม ข้อ 175 (1) วรรคแรก สามารถดำเนินการได้ตามวรรคสอง ซึ่งจะต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐก่อน ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงสถานที่ส่งมอบและตรวจรับพัสดุ ผู้ขายอาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการขนส่ง เพื่อมิให้ส่วนราชการเสียประโยชน์ ควรระบุเงื่อนไขข้อตกลงกับผู้ขายไว้ในหนังสือแจ้งขอเปลี่ยนแปลงสถานที่ส่งมอบและตรวจรับพัสดุ โดยเพิ่มเติมว่า ผู้ขายจะไม่ขอเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้นนอกเหนือจากสัญญาซื้อขายเดิม","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/200834/"],
    [46,"ฉบับที่ 11",4,2568,2,"มกราคม - มีนาคม  ","5 กุมภาพันธ์ 2568","การยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2567 ผ่านระบบออนไลน์"," กรมบัญชีกลางจับมือกรมสรรพากรอำนวยความสะดวก ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และผู้รับบำเหน็จบำนาญ ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/91) สำหรับปีภาษี 2567 โดยเชื่อมโยงข้อมูลเงินได้และภาษีที่ได้หักนำส่งไว้ในระบบ D-MyTax อัตโนมัติ เพื่อให้ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และผู้รับบำเหน็จบำนาญ ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลก่อนยื่นภาษี หมายเหตุ: ต้องยืนยันตัวตนผ่าน DIGITAL ID เท่านั้น (ThaiD/เป๋าตัง/NDID) จึงจะขึ้นข้อมูล\nระยะที่ 1 พร้อมให้บริการผู้รับบำเหน็จบำนาญ 13 ม.ค.68 ระยะที่ 2 พร้อมให้บริการข้าราชการ และลูกจ้างประจำ ก.พ. และ มี.ค.68 (เนื่องจากส่วนราชการจะต้องประมวลผล และส่งให้กรมบัญชีกลางรวบรวม)","**กรณีที่ท่านยื่นภาษีระบบออนไลน์แล้วไม่ต้องจำเป็นต้องขอหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)\nแต่หากท่านต้องการขอหนังสือดังกล่าว สามารถขอรับได้ที่ส่วนราชการต้นสังกัด กรมบัญชีกลาง (กองบริหารเบิกจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง บำเหน็จบำนาญ) สำนักงานคลังเขต และสำนักงานจังหวัด","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/205025/"],
    [47,"ฉบับที่ 12",4,2568,3,"เมษายน-มิถุนายน","11 มิถุนายน 2568","แนวทางปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้างและการเร่งรัดการใช้จ่าย ปีงบประมาณ 68 ","หนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค ( กวจ )0405.4 / ว 195 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2568 เพื่อให้การเร่งรัดเบิกจ่ายเงินงบประมาณเกิดความคล่องตัว รวดเร็ว และสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2567 โดยมีแนวทางดังนี้ 1.การเผยแพร่ร่างประกาศและร่างเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จากเดิม วงเงินเกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท เป็น วงเงินเกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 10,000,000 บาท ให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าหน่วยงานรัฐ ที่จะให้มีการเผยแพร่เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการหรือไม่ก็ได้ 2.การเผยแพร่ประกาศและเอกสารซื้อหรือจ้างด้วยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปการซื้อหรือจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีวงเงินเกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000,000 บาท ให้ดำเนินการเผยแพร่เพื่อรับฟังความเห็น ไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ กรณีวงเงินเกิน 100,000,000 บาท ให้ดำเนินการเผยแพร่ เพื่อรับฟังความเห็น ไม่น้อยกว่า 20 วันทำการ การจ้างที่ปรึกษา และการจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ให้ดำเนินการเผยแพร่เพื่อรับฟังความเห็น ไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ 3.การพิจารณาผลกรณีที่มีผู้ยื่นข้อเสนอเพียงรายเดียว หรือมีผู้ยื่นข้อเสนอหลายราย แต่ถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเพียงรายเดียวให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เสนอหัวหน้าหน่วยงานของรัฐผ่านหัวหน้าเจ้าหน้าที่ เพื่อยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนั้น แต่ถ้าคณะกรรมการพิจารณาเห็นว่ามีเหตุผลสมควรที่จะดำเนินการต่อไปโดยไม่ต้องยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ให้คณะกรรมการดำเนินการตามข้อ 57 หรือข้อ 58 แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม","***คำเตือน ใช้กับการจัดจัดจ้างโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป สำหรับเงินงบประมาณที่ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เท่านั้น ","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/216254/"],
    [48,"ฉบับที่ 13",5,2569,1,"ตุลาคม - ธันวาคม ","28 พฤศจิกายน 2568","ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการกรณีลูกจ้างประจำตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ขับรถไปส่งเจ้าหน้าที่เข้ารับการอบรมฯและมีการพักค้างเพื่อรอรับผู้เข้าร่วมฝึกอบรมกลับซึ่งพนักงานขับรถยนต์ไม่ได้เป็นกลุ่มเป้าหมายและไม่ได้เป็นคณะทำงานฯจะสามารถเบิกค่าที่พักเหมาจ่ายและเบี้ยเลี้ยงทั้งหมดได้หรือไม่พนักงานขับรถยนต์สามารถเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงค่าที่พักได้ตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการพ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติมและระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโคยค่าที่พักสามารถเลือกเบิกแบบเหมาจ่าย หรือจ่ายจริงก็ได้และค่าเบี้ยเลี้ยงเบิกได้ตามอัตราที่ระเบียบกำหนดโดยไม่ต้องหักมื้ออาหารข้อหารือที่กค0408.4/52669ลงวันที่1 พ.ย. 2564 นาย A อยู่จังหวัดลำปางได้รับอนุมัติให้เดินทางไปฝึกอบรมที่กรุงเทพฯนาย A ไม่มีสิทธิเบิกค่าเครื่องบินแต่ขออนุมัติผอ.เดินทางฯโดยเครื่องบินที่สนามบินเชียงใหม่เนื่องจากราคาประหยัดกว่าขึ้นเครื่องที่สนามบินลำปางโดยขอเบิกภาคพื้นดินตามสิทธิสามารถทำได้หรือไม่สามารถทำได้และต้องมีเหตุผลความจำเป็นเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติให้เดินทางเครื่องบินจากเชียงใหม่มาฝึกอบรมกรุงเทพฯแต่ค่าใช้จ่ายให้เบิกได้ตามสิทธิภาคพื้นดิน","เงินช่วยการศึกษาบุตรกรณีที่บุตรศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในสถานศึกษาของทางราชการ โดยมีรายละเอียดค่าบำรุงการศึกษา เช่น ค่าห้องเรียนพิเศษ EP, ค่าห้องเรียนพิเศษ MEP, หลักสูตรกิฟเต็ท สามารถเบิกได้หรือไม่หากรายการดังกล่าวเป็นรายการสถานที่สถานศึกษาได้รับอนุญาตให้เรียกเก็บย่อมนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมายื่นเบิกจากทางราชการได้ตามประเภทและอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนดตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค 0422.3/ว 257 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2559 บุตรอายุ 23 ปี จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีแล้ว ต่อมาได้เข้าศึกษาในหลักสูตร ปวส. จะสามารถนำหลักฐานการชำระเงินค่าศึกษาในหลักสูตร ปวส. มาเบิกได้หรือไม่ พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร พ.ศ. 2523 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 8 กำหนดให้เบิกจ่ายเงินสวัสดิการได้ถึงการศึกษาในระดับปริญญาตรีหลักสูตรแรก ไม่มีบทบัญญัติกำหนดให้เบิกจ่ายเงินสวัสดิการได้ หลังจากบุตรจบการศึกษาในปริญญาตรีหลักสูตรแรกแล้ว จึงไม่มีสิทธินำหลักฐานการชำระค่าการศึกษาบุตรในหลักสูตร ปวส. มาเบิกจากทางราชการได้ แต่อย่างใด","บำเหน็จ บำนาญ กรณีผู้รับบำนาญเป็นผู้ป่วยติดเตียง สามารถโอนเงินบำนาญของผู้รับบำนาญ เข้าบัญชีทายาท โดยตรงได้หรือไม่1. กรณีผู้รับบำนาญเป็นผู้ป่วยติดเตียง เสมือนไร้ความสามารถ/ไร้ความสามารถ ให้ทายาทไปร้องขอต่อศาลเป็นผู้พิทักษ์/ผู้อนุบาล ของผู้รับบำนาญ \n2. กรณีผู้รับบำนาญเป็นผู้ป่วยติดเตียงแบบมีสติสัมปชัญญะ สามารถใช้หนังสือแสดงเจตนาขอให้โอนเงินเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของบุคคลอื่น (สรจ.2) การจ่ายเงินช่วยพิเศษ (เงินค่าทำศพ) ในกรณีที่ขา้ราชการหรือผู้รับบำนาญ ถึงแก่ความตาย จ่ายให้แก่ทายาท อย่างไร เงินช่วยพิเศษ คือ เงินจำนวนหนึ่งที่ทางราชการจ่ายให้แก่ทายาทหรือบุคคล ผู้ซึ่งข้าราชการหรือผู้รับบำนาญแสดงเจตนาระบุชื่อไว้ ภายหลังข้าราชการหรือผู้รับบำนาญถึงแก่ความตาย ให้จ่ายเงินช่วยพิเศษ 3 เท่า\nของเงินเดือนเต็มเดือนที่ข้าราชกาผู้นั้นมีสิทธิได้รับในเดือนที่ถึงแก่ความตาย\nพิจารณาจ่ายเงินช่วยพิเศษให้แก่บุคคลตามลำดับ ดังนี้ 1.\tกรณีแสดงเจตนาระบุให้เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินช่วยพิเศษ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อส่วนราชการ\nเจ้าสังกัดตามแบบที่กระทรวงการคลังกำหนด \n2. กรณีไม่ได้แสดงเจตนาไว้ ให้จ่ายแก่ทายาทตามกฎหมายตามลำดับ ดังนี้\n- คู่สมรส \t- บุตร \t\t- บิดามารดา \n***หากปรากฏว่าบุคคลในลำดับก่อนมีชีวิตอยู่ บุคคลในลำดับถัดไปจะไม่มีสิทธิได้รับเงินช่วยพิเศษ\nถ้าหากไม่เข้าเงื่อนไขใดเลย จะไม่มีการจ่ายเงินช่วยพิเศษ ซึ่งสามารถยื่นหลักฐานภายในเวลาหนึ่งปี\nนับแต่วันที่ข้าราชการผู้ซึ่งมีสิทธิรับเงินเดือนตาย ทั้งนี้ เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน \nเงินปี เงินบำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/229706/"],
    [49,"ฉบับที่ 14",5,2569,2,"มกราคม - มีนาคม  ","23 เมษายน 2569","เสาธง ป้าย รั้ว สรุปเป็นอาคารหรือไม่ จะจ้างทำเสาธง ป้ายหรือรั้ว ต้องใช้วิธีไหนคะ ต้องใช้วิธีจ้างก่อสร้าง ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯมาตรา 4 ดังนั้น ตอนตั้งงบประมาณและการจัดหาให้ใช้หลักเกณฑ์ราคากลางงานก่อสร้าง","เมื่อตรวจรับเสร็จแล้วลงบัญชีเป็น อาคาร ได้ไหม ไม่ได้เด็ดขาดในทางบัญชีภาครัฐ ห้ามบันทึกเป็น อาคาร และห้ามบันทึกเป็น โครงสร้างพื้นฐาน","แนวทางการบันทึกบัญชี ต้องบันทึกเป็นสิ่งปลูกสร้าง รหัสหมวดสินทรัพย์ : สิ่งปลูกสร้าง","https://audit.mnre.go.th/th/news/detail/243784/"]
]}
